Tiny's Bride

Tiny's Bride
คุณมิ้งค์ @The Author's Lounge มีค.54

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Wonderful Wedding in Phuket

ได้กำไรจากการทำงานอีกแล้วค่ะงานนี้ ได้ไปทำงานแถมด้วยการได้ไปเที่ยวภูเก็ต ต้องขอขอบคุณคุณอ๊อด คุณหมอคนสวยจากนิวยอร์ค ที่เลือกเปาเป็นช่างแต่งหน้าในวันสำคัญของคุณอ๊อด เริ่มจากคุณหมออ๊อดโทรทางไกลข้ามทวีปมาเพื่อหารือเรื่องงานแต่งของคุณหมอ โดยคุณหมอเลือกจัดงานที่ภูเก็ตเนื่องจากครอบครัวคุณพ่อและคุณแม่อยู่ที่หาดใหญ่ โรงแรมที่จัดงานในครั้งนี้คือ Marriot Mai Kao ที่จังหวัดภูเก็ต งานนี้คุณหมอใจดีดูแลทั้งค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต รวมถึงจองห้องพักที่ Marriot ให้ทั้งช่างแต่งหน้าและช่างผม และยังขอให้เปาชวนคุณสามีมาเที่ยวพักผ่อนด้วยกันอีกด้วยจะได้ทำงานอย่างมีความสุข ^_^ งานนี้ไม่ไปไม่ได้แล้วจริงๆค่ะ


งานพิธีถูกจัดขึ้นสองงานคือพิธีไทยตอนเช้าในสวน และงานเลี้ยง reception ตอนเย็น อ้อลืมบอกไป เจ้าบ่าวงานนี้เป็นหนุ่มหล่อชาวสวีเดนค่ะ คุณหมอแอบเล่าให้ฟังว่าตอนที่เรียนแพทย์อยู่อเมริกา ได้มีโอกาสบินไปเยี่ยมเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่ที่ Oxford และได้พบกับคุณเจ้าบ่าวที่เรียนอยู่ที่นั่น fall in love และติดต่อกันเรื่อยมาจนเจ้าบ่าวสุดท้ายตัดสินใจย้ายมาทำงานที่อเมริกาเพื่อให้ได้มาอยู่ใกล้กับคุณหมอ และในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจแต่งงานกัน ฟังแล้วอดคิดไม่ได้ถึงคำที่ว่า เป็นเนื้อคู่แล้วยังไงก็ไม่แคล้วกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกก็จะต้องตามหากันจนเจอ



อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจของงานนี้ก็คือครอบครัวของเจ้าบ่าวกว่าสามสิบคนบินตรงมาจากสวีเดนเมื่อมาร่วมงานนี้ นับเป็นงานเล็กๆที่แสนจะอบอุ่นอีกงานที่อยากจะนำมาแชร์ค่ะ เอาล่ะค่ะสิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น เปาขออนุญาตินำภาพสวยๆจากงานที่สุดแสนจะประทับใจอีกงานมาให้ชมกันนะคะ

























Wedding in Phuket, Make up in Phuket, Phuket wedding, Wedding at Marriot Phuket, Marriot Mai Kao,
Wedding on the beach, Makeup artist in Phuket, Professional makeup artist in Thailand, Wedding organizer in Phuket, แมริออท ไม้ขาว ภูเก็ต, แต่งหน้าเจ้าสาวแบบธรรมชาติ, ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ, แต่งหน้าเจ้าสาวแบบคลาสสิค, แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางค์แบรนด์เนม, แต่งหน้าด้วย Chanel, รองพื้น Shu Uemura,

งานพิธีเช้าในสวนสวย


ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานแต่งงานในสวนท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ที่น่ารักและโรแมนติกที่สุดงานหนึ่งและอยากนำภาพความประทับใจมาแบ่งปัน.....คุณป๋องเป็นคนเชียงใหม่ มีกิจการและทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ ส่วนคุณแนนทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ทั้งคู่ต้องการจัดงานแต่งงานเล็กๆแต่อบอุ่น ที่มีเพียงครอบครัวและเพื่อนสนิทเพียง 40 คนเท่านั้น งานนี้จึงจัดขึ้นที่รีสอร์ทบนดอยสูง “ พราวภูฟ้า “ จังหวัดเชียงใหม่





เจ้าบ่าวเจ้าสาวปิดรีสอร์ททั้งหมด และจองห้องให้แขกได้ไปพักผ่อนบนรีสอร์ท...ใจดีจริงๆค่ะ อุณหภูมิตอนกลางคืนที่รีสอร์ทอยู่ที่ 13 องศา มีการแห่ขันหมากตอนเช้าบนรีสอร์ท เจ้าบ่าวแต่งชุดไทยแบบล้านนา เจ้าสาวก็ไม่ยอมแพ้ ห่มสไบสู้อากาศหนาวยามเช้าบนดอย งานพิธีเช้าเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ คุณป๋องเซอร์ไพรส์เจ้าสาวด้วยการแอบไปซื้อรถเก๋งเปิดประทุนสีขาวเอามาจอดกลางกลางงานหมั้น เป็นสินสอดที่เจ้าสาวไม่รู้มาก่อน ทำเอาเจ้าสาวรวมถึงแขกอย่างเราเป็นปลื้มและแอบอิจฉาคุณเจ้าสาวไปตามๆกัน


งานเลี้ยงตอนเย็นเป็นงานเลี้ยงในสวน ที่สามารถมองเห็นแสงพระอาทิตย์ลับทิวเขายามเย็น เป็น scenery ของงานแต่งที่โรแมนติกที่สุดอีกงานหนึ่ง.....เชิญชมภาพบรรยากาศแห่งความสุขได้ที่นี่เลยค่ะ ขอบคุณคุณแนนคุณป๋องที่ให้เกียรติไทนี่เมคอัพ ได้มาร่วมงานแต่งงานอันน่าจดจำนี้นะคะ






สามารถชมภาพความประทับใจเพิ่มเติมได้ ที่ http://www.tinymakeup.com/

Bridal Makeup By Pao Ousawat



























ช่างแต่งหน้าที่เชียงใหม่, งานแต่งงานที่พราวภูฟ้า, พราวภูฟ้า, wedding@พราวภูฟ้า, แบบผมชุดไทย, แบบผมงานเช้า,  Professional makeup artist in Thailand,  Makeup artist in Chiangmai, ดอกไม้ติดผมชุดไทย, ชุดไทยจักรี, แต่งหน้าเจ้าสาวแบบธรรมชาติ, ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ, แต่งหน้าเจ้าสาวแบบคลาสสิค, แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางค์แบรนด์เนม, แต่งหน้าด้วย Chanel, รองพื้น Shu Uemura, Professional makeup artist, Pao Ousawat, เรียนแต่งหน้า, สอนแต่งหน้า, สอนแต่งหน้าตัวต่อตัว, รองพื้นชาแนล, blush on Shu Uemura, ardell eyelashes no# 107,

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

The Author's lounge ห้องจัดงานแต่งงานในฝัน


ข้อดีของการทำงานเป็นช่างแต่งหน้าเจ้าสาวอย่างนึงก็คือการได้มีโอกาสไปทำงานในโรงแรมห้าดาวเกือบจะทุกโรงแรมในกรุงเทพ และมีโอกาสได้เห็นห้องจัดเลี้ยงของแต่ละโรงแรมซึ่งก็จะมีลักษณะเด่น และความสวยงามแตกต่างกันไป บ้างก็สวยจากโครงสร้างเดิม บ้างก็สวยจากการเนรมิตของ wedding organizer จนบางครั้งแทบจำไม่ได้ว่าสถานที่เดิมนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ในบรรดาสถานที่จัดงานทั้งหมด ห้องจัดเลี้ยงที่เป็นสถานที่โปรดของผู้เขียนคือ ห้อง The Author's Lounge ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล ที่ไม่ว่าจะไปกี่ครั้ง ห้องนี้ก็มีเสนห์ดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก ด้วยการออกแบบและตกแต่งแบบ English Colonial Style ทำให้ห้องนี้มีกลิ่นไอย้อนยุค และความคลาสสิค โทนสีอบอุ่น ฉลุลายไม้อ่อนช้อยดูเหมือนจะเป็น signatureของสถานที่นี้ รวมถึงระเบียงวงกลมกลางห้องที่เชื่อมต่อกับบันไดโค้งสองข้าง ที่ไม่ว่าเจ้าสาวคนไหนได้ไปยืนคงจะอดรู้สึกไม่ได้ว่าว่าตัวเองคือเจ้าหญิงแสนสวยผู้โชคดี โดยเฉพาะเมื่อห้องถูกตกแต่งด้วยดอกไม้ และเครื่องประดับประดาอื่นๆ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ในฝันของเจ้าสาวหลายๆคนอย่างไม่ต้องสงสัย และไม่ว่าห้องจะถูกตกแต่งด้วยธีมอะไร สถานที่นี้ก็ไม่เคยทำให้บ่าวสาวและแขกผู้มาร่วมงานผิดหวังในความสวยงามและบรรยากาสของงาน















เมื่อเร็วๆนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปแต่งหน้าให้ลูกค้า "คุณมิ้งค์" ที่ The Author's Lounge ซึ่งงานนี้เป็นอีกธีมที่น่ารักหนึ่งที่จัดที่ห้องนี้ โดยงานจะเน้นสีเหลือวพาสเทลและสีเขียว งานนี้เพื่อนๆเจ้าสาวทุกคนใส่ชุดสีเหลืองสดใส ทั้งดอกไม้และส่วนตกแต่งอื่นๆ ที่ตัดกับสีครีมเรียบขรึมของห้อง ทำให้งานนี้เป็นอีกงานที่น่ารัก และน่าประทับใจอีกงาน ที่เกิดขึ้นที่สถานที่แห่งนี้ จึงอยากจะนำภาพบรรยากาศมาฝากให้ชมกันค่ะ


สามารถเข้าไปดูรูปงาน ได้เพิ่มเติมที่ http://www.tinymakeup.com/
















วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เรียนแต่งหน้า กับครูเปา


ฤดูกาลรับปริญญาใกล้เข้ามาถึงอีกเเล้วนะคะ ช่วงนี้น้องๆหลายคนคงกำลังมองหาคลาสเรียนแต่งหน้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับแต่งหน้าให้ตัวเองในวันสำคัญ ในยุคที่เศรฐกิจไม่ค่อยจะดีแบบนี้ การเเต่งหน้าให้ตัวเองก็เป็นอีกทางเลือกนึงที่จะช่วยน้องๆประหยัดเงินสำหรับการจ้างช่างแต่งหน้าไปได้มากทีเดียว

ด้วยวัยที่สดใสเป็นทุนอยู่เเล้ว การรู้จักเทคนิคพื้นฐานในการแต่งหน้าที่ถูกต้อง ก็สามารถช่วยให้น้องๆสามารถสวยใสได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปต่อคิวตามร้านเสริมสวยตั้งเเต่ตี 3 แถมยังต้องมานั่งลุ้นว่าแต่งออกมาเเล้วจะเป็นยังไง ถึงไม่ถูกใจก็สายไปเสียเเล้ว



น้องๆหลายคนจึงเลือกที่จะมาเรียนเเต่งหน้า เพื่อแต่งหน้าให้กับตัวเองในวันรับปริญญา แถมความรู้ที่ได้ยัง สามารถนำไปใช้แต่งหน้าให้ตัวเองในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย.. วันนี้พี่เปาจึงเอารูปบรรยากาศสบายๆของคลาสเรียนแต่งหน้า ที่ Tiny Makeup Studio มาให้ชมกันค่ะ

การสอนจะเป็นการสอนแต่งหน้าตั้งแต่ขึ้นพื้นฐาน ตั้งแต่การเตรียมผิว การเลือกเครื่องสำอางค์ที่เหมาะกับสภาพผิว อุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งหน้า ทฤษฎีพื้นฐานสำหรับการแต่งหน้า การแก้ใขจุดบกพร่องบนใบหน้าสำหรับแต่ละบุคคล การเสริมจุดเด่น เทคนิคการแต่งหน้าสำหรับแต่ละโอกาส เช่น แต่งหน้าสำหรับงานรับปริญญา แต่งหน้าสำหรับชีวิตประจำวัน และ แต่งหน้าสำหรับไปงานกลางคืน โดยระยะเวลเรียนจะใช้เวลาประมาณ 3 ชัวโมงครึ่ง น้องๆไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ หรือเครื่องสำอางค์ใดๆ เพราะทางคลาสจะจัดเตรียมไว้ให้หมดทุกอย่างค่ะ

หลังจากจบคลาสน้องๆก็จะสามารถ ไปเลือกซื้อเครื่องสำอางค์ที่จำเป็น และเหมาะกับตัวเองได้โดยไม่ต้องกังวลปัญหาซื้อมาแล้วใช้ไม่เป็นอีกต่อไป


สอบถามรายละเอียด การเรียนการสอนแต่งหน้า ได้ที่ 081-814-3244 นะคะ
สอนแต่งหน้า เรียนแต่งหน้า แต่งหน้ารับปริญญา เทคนิคการแต่งหน้าด้วยตัวเอง แต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้าไปงานเลี้ยง

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สาวไทยในลุคเจ้าสาวอินเดีย

มาเเล้วค่ะ...การเเต่งหน้าสาวไทยให้เป็นเจ้าสาวอินเดียที่รอคอย งานเเต่งแบบอินเดียของคุณเบสท์เจ้าสาวคนสวยของเปาเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อต้นเดือน พย. 51 ที่ผ่านมา วันนี้ได้ฤกษ์นำภาพเจ้าสาวเเละพิธีเเบบอินเดียที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักมาฝาก

งานนี้ต้องทำการบ้านอย่างหนักเพราะจริงๆเเล้วไม่เคยเเต่งหน้าเเบบอินเดียมาก่อนเลย พอคุณเบสท์บอกว่าจะให้เเต่งหน้าสำหรับเจ้าสาวอินเดีย จึงต้องค้นคว้าหาข้อมูลว่าเจ้าสาวอินเดียจะต้องเเต่งประมาณไหน เเละมีเทคนิควิจิตรพิศดารอะไรที่เราอาจจะทำไม่ได้หรือเปล่า งานนี้ Google ช่วยได้เยอะค่ะ หลังจากที่โหลดรูปเจ้าสาวอินเดียมาศึกษาวิธีการเเต่งหน้าหลายสิบภาพ ก็ได้เห็นว่าจริงๆเเล้วการเเต่งหน้าเจ้าสาวเเบบอินเดียก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะเป็นการเเต่งหน้าที่เหมือนกับการเเต่งหน้าทั่วไปเกือบทุกอย่าง เพียงเเต่คนอินเดียจะเน้นที่การกรีดอายไลน์เนอร์ที่เข้มเเละคมชัดทั้งขอบตาบนเเละขอบตาล่าง เน้นการเขียนขอบปาก..เเละสีปากค่อนข้างเข้มเป็นส่วนใหญ่ เเต่สิ่งที่ทำให้การเเต่งหน้าในเเบบอินเดียดูเข้มจริงๆเเล้วไม่ใช่เพราะ make up เเต่เป็นโครงหน้าเเละเครื่องหน้าที่เข้มของคนอินเดีย บวกกับเครื่องประดับเเละชุดที่มีดีเทลอลังการ ที่ทำให้ลุค make up ของเจ้าสาวออกมาดู heavy อย่างที่เรารู้สึกกัน

คุณเบสท์ในวันซ้อมเเต่งหน้าแบบอินเดีย

งานนี้ต้องมีการทดลองเเต่งหน้าเเบบอินเดียที่ Tiny Studio เนื่องจากทั้งเจ้าสาวเเละช่างใหม่สำหรับการเเต่งงานเบบอินเดียกันทั้งคู่ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณน้องเบสท์ที่ไว้ใจเเละเลือกใช้บริการกับเปาทั้งๆที่รู้ว่าไม่เคยเเต่งเเบบอินเดียมาก่อน ถึงกับยอมขัดใจกับคุณเเม่ว่าที่ ที่อยากให้คุณเบสท์เเต่งหน้ากับช่างคนอินเดีย เเต่คุณเบสท์ก็ยังยืนยันที่จะใช้บริการกับเปา..ขอบคุณจริงๆค่ะ...

ในวันทดลองเเต่ง คุณเบสท์อยากลองลุคที่ดูทันสมัยฉีกเเนวเจ้าสาวอินเดียจากในรูป โดยอยากลองลุคสโมคกี้อายสีฟ้า จะได้ไม่ดูเป็น typical indian brideมากนัก เเต่ก็มีความกังวลอยู่เรื่องสีปากของเจ้าสาวอินเดียที่จะต้องเข้ม ซึ่งจะต้องไปเเข่งกับสโมคกี้อายสีฟ้าอย่างเเน่นอน ซึ่งผลที่ออกมา..ก็เป็นไปตามที่คาด เราจึงได้ข้อสรุปว่าเราจะเเต่งสีคลาสิคเเบบเจ้าสาวอินเดียที่ได้ทำการศึกษามา

งานพิธีอินเดียมีทั้งหมดสองวัน วันเเรกเป็นพิธีเช้าที่บ้านฝ่ายชาย คุณเบสท์จึงนัดเปาที่คอนโดของคุณเบสท์ที่ ซ.สุขุมวิท 24 ก่อนจะเริ่มเเต่งหน้าคุณเบสท์ต้องทำพิธีสวมกำไล ที่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นคนสวมให้ แอบเก็บภาพมาให้ดูกันนะคะ ในภาพคนสวมกำไลนี่เป็นคุณลุงของคุณเบสท์เอง ในการสวมกำไลผู้ที่สวมกำไลให้เจ้าสาวจะต้องตั้งสมาธิเเละให้พรในการสวมกำไลเเต่ละอัน สวมทั้งสองข้างจากใหญ่ไปเล็ก ดูเเล้ว..อู้หู...เจ้าสาวอินเดียนี่ต้องอดทนนะคะ เพราะใส่กำไลเต็มข้อเเขนทั้งสองข้างนี่น่าจะหนักเอาการเลยทีเดียว

งานนี้ไม่สามารถเเต่งหน้าให้คุณเบสท์ได้รวดเดียวจบ เพราะระหว่างเเต่งจะต้องมีพิธีนู่นนั่นนี่มาเเทรกอยู่ตลอดเวลา..ก็แปลกไปอีกเเบบนึงเเต่ก็สนุกดีค่ะ ในการเเต่งหน้าเจ้าสาวอินเดียเนี่ย สิ่งนึงที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การจุดบนหน้าผากเเล้วก็คิ้ว ซึ่งงานนี้จะต้องมีคนอินเดียเป็นคนมาจุดให้ รวมถึงจะต้องมีผู้รู้มาช่วยใส่เครื่องประ ดับเเละห่มส่าหรี ซึ่งดูเเล้วยุ่งยากทีเดียวละค่ะ


ชุดสำหรับงานวันนี้เป็นสีเเดง เเละ ทอง เปาจึงเลือกลงสีเปลือกตาเป็นสีทองเหลือบด้วยน้ำตาลทองเเดง เเล้วเน้นการเขียนอายไลน์เนอร์ให้คมชัดทั้งเปลือกตาบนเเละล่าง เเละก็เหมือนเดิมคือต้องเน้นความเปล่งปลั่งของสีผิวตามธรรมชาติ เเละเลือกสีเเดงเข้มสำหรับปาก เพื่อขับให้ใบหน้าเจ้าสาวโดดเด่นรับกับสีเเดงของเครื่องประดับเเละชุด งานนี้เปาไม่ลืมที่จะถ่ายรูปกับน้องเบสท์คนสวย ถึงเเม้ว่าจะดูด้อยมากเมื่อยืนเทียบกับเจ้าสาวคนสวย เเต่ก็ยอมค่ะ.. จะได้มีหลักฐานว่าเเต่งเองจริงๆไม่ได้แอบไปเอารูปใครที่ไหนมา อิอิ...


งานวันที่สองเป็นงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสจัดที่สโมสรกองทัพเรือ เท่าที่เห็นงานจะไม่เริ่มตอน 6 โมงเย็นเหมือนงานไทยทั่วๆไป เเต่เเขกจะเริ่มมากันหลัง 1 ทุ่ม แอบได้ยินมาว่าจะต้องมีพิธีที่มีรถม้ามาแห่เจ้าสาวก่อนเข้างาน น่าตื่นเต้นค่ะ
คุณเบสท์เลือกชุดสีฟ้าสำหรับงานนี้ เฉพาะกระโปรงก็หนักเกือบ 10 กิโลฯ เเต่ก็คุ้มค่ากับความหนัก เพราะคุณเบสท์ใส่ออกมาเเล้วดูสวยอลังการมากๆ งานนี้เปาเลือกการเตรียมผิวให้ดูวาวขึ้นสำหรับงานกลางคืน เเละเลือกทาอายชาโดว์แบบชิมเมอร์โทนฟ้าเเละน้ำตาลเข้ากับสีชุด


คุณเเจ๊คกี้ เลือกเกล้าผมสูงแบบอลังการ โดยใช่ช่อผมจริงมาช่วยเพื่อให้ได้มวยสูงเเละลอนผมที่เจ้าสาวต้องการให้ป้ายมาด้านหน้า เพื่อให้ดูมีดีเทลทั้งเวลาห่มส่าหรีเเละเมื่อเปิดผ้าคลุมออก

กว่าจะใส่ส่าหรีเสร็จเล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน คุณเบสท์ดูสวยเหมือนกับเจ้าหญิงอินเดียจริงๆ เสียงญาติฝ่ายชายเรียก " รถม้ามาเเล้ว รถม้ามาเเล้ว " เจ้าสาวคนสวยจึงต้องรีบไปรับขบวนเเห่ด้วยกระโปรงหนัก 10 กิโล....

พี่เปาขอให้น้องเบสท์เเละน้องตุลย์มีความสุขมากๆ เเละขอบคุณที่ทำให้พี่ได้มีโอกาสได้เป็นสวนหนึ่งในวันสำคัญของน้องทั้งสองนะคะ


แต่งหน้าแบบอินเดีย, เจ้าสาวอินเดีย, indian bride makeup, makeup indian style, ชุดเจ้าสาวอินเดีย, ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว, Indian wedding,  แบบผมงานเช้า, Professional makeup artist in Thailand, แต่งตาแบบอินเดีย, สอนแต่งหน้าแบบอินเดีย,แต่งหน้าเจ้าสาวแบบธรรมชาติ, ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ, แต่งหน้าเจ้าสาวแบบคลาสสิค, แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางค์แบรนด์เนม, แต่งหน้าด้วย Chanel, รองพื้น Shu Uemura, Professional makeup artist, Pao Ousawat, เรียนแต่งหน้า, สอนแต่งหน้า, สอนแต่งหน้าตัวต่อตัว, รองพื้นชาแนล, blush on Shu Uemura, ardell eyelashes no# 107,









.........................................................................................................


วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คุณเดียร์...กับงานหมั้นบนเรือนไทยริมเเม่น้ำเพชรบุรี

คุณเดียร์รู้จักเปาจากเว็บไซด์ และโทรมาจองคิวสำหรับงานแต่งของคุณเดียร์เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา งานนี้เปาจะต้องเดินทางไปแต่งหน้าให้คุณเดียร์ที่จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านของคุณเดียร์ คุณเดียร์มีผิวสีน้ำผึ้งแบบสาวไทยแท้ เเละเรื่องที่คุณเดียร์กังวลเละบอกกับเปาเกี่ยวกับการแต่งหน้าครั้งนี้ คือกลัวการเเต่งหน้าที่หน้าจะขาวลอยเกินความเป็นจริงเนื่องจากเคยเห็นประสบการณ์จากเพื่อนๆที่แต่งงานไปแล้วมาก่อน คุณเดียร์จึงขอทดลองแต่งหน้าก่อนวันงานเพื่อความสบายใจ


ผลการทดลองแต่งหน้าออกมาเป็นที่น่าพอใจ เมื่อหมดความกังวลหน้าลอยแล้ว ก็ถึงตาช่างแต่งหน้าขอให้เจ้าสาวช่วยในสิ่งที่ช่างกังวลบ้างค่ะ..อิอิ ปัญหาของคุณเดียร์ก็คือ เป็นเจ้าสาวเอวบางร่างน้อยมากๆ และใต้ตาคล้ำ เปาจึงต้องขอให้คุณเดียร์ช่วยเพิ่มน้ำหนัก และดูแลใต้ตาเป็นพิเศษ เพื่อเมื่อถึงวันงานจะได้เป็นเจ้าสาวที่ดูอิ่มเอิบมีน้ำมีนวล..ซึ่งคุณเดียร์ก็รับปากว่าจะพยายาม.....


เมื่อถึงวันงาน เปาก็ได้มาเจอคุณเดียร์อีกครั้งที่จ.เพชรบุรีบ้านคุณเดียร์ สิ่งที่ขอคุณเดียร์ไว้ดูเหมือนคุณเดียร์จะทำไม่สำเร็จ อิอิ ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงเปาก็มีหน้าที่ทำให้คุณเดียร์สวยที่สุด สถานที่จัดงานเช้าของคุณเดียร์เป็นบ้านเรือนไทย ที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศให้กับงานพิธีไทยเป็นอย่างยิ่ง

คุณเดียร์เลือกชุดไทยแบบบรมพิมานสำหรับ งานเช้า คุณแจ๊คกี้ช่างผมคู่ใจจึงเลือกผมทรงเกล้าต่ำ และปลายเป็นช่อเข้ากับเครื่องประดับเบบไทย การแต่งหน้าตอนเช้าของคุณเดียร์เปาเน้นความสวยหวานในแบบชุดไทย โดยเปาเลือกใช้สีโทนส้มอมชมพูเพื่อขับผิวสีน้ำผึ้งให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

งานเลี้ยงฉลองสมรสจัดที่สนามกีฬาโรงเรียน เนื่องจากมีแขกมาร่วมงานพันกว่าคน คุณเดียร์สวยสง่าในชุดลูกไม้คอปีนแขนล้ำ การแต่งหน้าของคุณเดียร์ตอนเย็นเน้นการเตรียมผิวให้ดูเปล่งปลั่งและเพิ่มจัดเรียงแบบเสมอกันทั้งหมดความโกลว์ให้ผิวเปล่งประกายเมื่อโดนแสงไฟในเวลากลางคืน ส่วนทรงผมคุณแจ๊คกี้เลือกผมเกล้าแบบ loosen up ให้คุณเดียร์สำหรับงานเย็น ที่ทำให้เจ้าสาวดูระหงรับกับชุดที่เป็นทรงคอปีน หลังจาก
งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คุณเดียร์โทรมาบอกเปาว่า คุณเดียร์ได้ลุกเจ้าสาวที่สวยสมใจ...

เปาขอเเสดงความยินดีกับคุณเดียร์ออีกครั้ง เเละขอให้คุณเดียร์มีความสุขมากๆค่ะ....

.............................................................



วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551


เมื่อความรักไม่มีคำว่าพรมเเดน..เชื้อชาติ..หรือศาสนา

เราจึงมีโอกาสได้เห็นภาพบรรยากาศเเห่งความสุขในงานพิธีสมรสของคุณเบสท์เจ้าสาวไทยเเสนสวย กับคุณตุลย์เจ้าบ่าวเชื้อสายอินเดียที่เกิดเเละเติบโตในประเทศไทย เมื่อมีทั้งคู่มาจากต่างประเพณีเเละวัฒนธรรม จึงต้องมีการจัดงานทั้งเเบบพิธีไทย และ อินเดีย

งานพิธีไทย

งานพิธีไทยของทั้งคู่จัดที่ รร. เพนนินซูลา พลาซ่าค่ะ เเละเป็นครั้งเเรกที่ไทนี่ได้เห็นความกลมกลืนเเละกลมเกลี่ยวในความต่าง...เป็นภาพความประทับใจที่ได้เห็นขบวนเเห่ขันหมากที่ทั้งขบวนขันหมากนั้นเป็นญาติฝ่ายเจ้าบ่าวที่เป็นชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ที่ทั้งโห่ เเละร้องรำทำเพลงด้วยความครึกครื้นกับขบวนกลองยาว ที่แอบได้ยินมาว่าฝ่ายเจ้าบ่าวจัดหามาจากอยุธยาเพื่อทำให้ขบวนเเห้ขันหมากเเละพิธีไทยออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด...เห็นเเล้วก็อดปลื้มใจกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวเเละครอบครัวของทั้งสองฝ่ายไม่ได้จริงๆค่ะ

ลุคของคุณเบสท์

คุณเบสท์เลือกชุดไทยจักรพรรดิ์สำหรับงานเช้า ไทนี่จึงเลือกที่จะใช้ทรงผมแบบเกล้าต่ำ เเละเเสกกลางเก็บเปียด้านข้าง เนื่องจากคุณเบสท์มีรูปหน้าที่ได้รูปเเละคอระหงส์ ทรงเกล้าต่ำเก็บด้วยเปียทำให้ดูสวยหวานแบบไทย เเต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่า

การเเต่งหน้าเจ้าสาว ไทนี่เน้นการเเต่งหน้าให้เจ้าสาวดูเป็นธรรมชาติที่สุดเพราะเป็นงานเช้า โดยเน้นความการเตรียมผิวให้เปล่งปลั่งตามสีผิวจริง เเละเลือกใช้สีเอิร์ทโทน กับสีทองบางๆที่เปลือกตาเพื่อเพิ่มความหรูให้กับเจ้าสาวในชุดไทยจักพรรดิ์ที่มีสไบทึบสีทอง

งานพิธีอินเดียของทั้งคู่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนพย. 2008 นี้ เเละไทนี่จะนำภาพมาอัพเดทให้ชมกันอีกเเน่นอนค่ะ

ชุดไทยจักรี, สไบสีทอง, แบบผมชุดไทย, แบบผมงานเช้า, Professional makeup artist in Thailand, Makeup artist in Chiangmai, ดอกไม้ติดผมชุดไทย, ชุดไทยจักรี, แต่งหน้าเจ้าสาวแบบธรรมชาติ, ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ, แต่งหน้าเจ้าสาวแบบคลาสสิค, แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางค์แบรนด์เนม, แต่งหน้าด้วย Chanel, รองพื้น Shu Uemura, Professional makeup artist, Pao Ousawat, เรียนแต่งหน้า, สอนแต่งหน้า, สอนแต่งหน้าตัวต่อตัว, รองพื้นชาแนล, blush on Shu Uemura, ardell eyelashes no# 107, ช่างแต่งหน้าผู้หญิง, ดอกไม้ติดผมเจ้าสาว, ขนตาปลอมอาเดล, ขนตาปลอมแบบธรรมชาติ, แป้งฝุ่น shu uemura